fbpx
June 18, 2019 / by

บทบาท Logistics ในการสร้างมูลค่าสินค้าประมงและเกษตร ให้อาหารสดใหม่

การเพิ่มมูลค่าสินค่าเกษตรและประมงไม่ได้อยู่เพียงการใช้เทคโนโลยีแปรรูปและการใช้มาตรฐานต่างๆ ในการควบคุมมาตรฐานการดำเนินงานผลิตและโลจิสติกส์ แต่ระบบโลจิสติกส์ความเร็วสูง ทั้งระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงและการขนส่งทางเครื่องบินมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบัน

การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและประมง ที่ผ่านมาแน่นอนว่าเราต้องนึกถึงอุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมแปรูปอาหาร ที่นำผลิตผลทางการเกษตร ประมง ป่าไม้มาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์่ต่างๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและโลจิสติกส์ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันพบว่าโลจิสติกส์กลับมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าโดยการการรักษาคุณภาพตามธรรมชาติได้มากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางของผู้บริโภคที่หลีกเลี่ยงการเติมแต่งและดัดแปลงอาหารให้เปลี่ยนไปจากธรรมชาติ

องค์ความรู้ทางเทคโนโลยีแปรรูปและเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องในการแปรรูปอาหารในปัจจุบันศึกษาได้ทั่วไปในโลกออนไลน์ การจัดการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางความต้องการของตลาดและความสามารถในการประยุกต์ได้จริง มิฉะนั้น ก็จะไม่มีนักศึกษาเข้าเรียนและสิ่งที่สอนกันในสถาบันการศึกษากลับเป็นสิ่งที่หาเรียนรู้ได้ทั่วไปในโลกออนไลน์  จากจำนวนนักศึกษาลดลงจนหลายๆ  สาขาด้านที่เกี่ยวกับอุตสหากรรมเกษตรเป็นสาขาขาดแคลนของประเทศมายาวนาน แต่กลับพบว่าไม่มีนักศึกษาให้ความสนใจสมัครเข้าเรียนในหลายๆ สถาบัน ยกเว้นสถาบันการศึกษาเก่าแก่หลายๆ แห่งที่มีจุดแข็งจากความเชี่ยวชาญของอาจารย์ เครื่องมือที่ทันสมัย และเครื่อข่ายศิษย์เก่ายังช่วยกันประคับประคองให้ไปต่อได้

ปัจจุบันหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายๆ สาขา เช่น สาขาเทคโนโลยีอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีเกษตร ซึ่งที่เป็นสาขาสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศไทยที่มีฐานสำคัญทางการเกษตร กลับไม่มีคนเรียน หลายๆ สถาบันดิ้นไปโดยการรวมสาขาเปลี่ยนชื่อ แต่หากตัวอาจารย์และบริบทการจัดการเรียนการสอนไม่ปรับตัวตามบริบทพลวัตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ก็คงยากที่จะมีนักศึกษาสมัครเข้าเรียน และสถาบันการศึกษาเองก็ยากที่จะอยู่รอด

เมื่อเร็วๆ นี้เราได้เห็นการขนส่งเชอรี่จากแหล่งปลูกไปจำหน่ายในเมืองใหญ่ในประเทศจีนด้วยรถไฟความเร็วสูง  และล่าสุดเราก็เห็นการขนส่งอาหารทะเลไปจำหน่ายที่ซุปเปอร์มาเก็ตในโตเกียวด้วยรถไฟความเร็วสูงอีกแล้ว


รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น ถูกนำมาขนส่งอาหารทะเลจากท่าเรือนิงาตะมายังกรุงโตเกียว ทำให้ได้ระบบโลจิสติกส์ที่ใช้เวลาเดินเพียง 8 ชั่วโมงในการขนส่งเท่านั้น

จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 2 วัน  บริษัท JR East ที่บริหารรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นเริ่มต้นจัดการส่งกุ้งจากท่าเรือนิงาตะมายังเมืองหลวงอย่างกรุงโตเกียว โดยใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 8 ชั่วโมง

Tohru Yamamoto ซีอีโอของ Foodison ผู้ค้าส่งอาหารทะเล อธิบายว่า ปกติการขนส่งสินค้าจากเกาะซาโดะมายังโตเกียวต้องใช้ระยะเวลา 2 วัน แต่การร่วมมือกับ JR East ในการทดลองขนส่งอาหารทะเลนั้นเราต้องการให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจว่าอาหารทะเลที่จับได้มาวางอยู่ตรงหน้าในเช้านี้

นอกจากนี้ตามรายงานระบุว่า การทดลองขนส่งอาหารทะเลด้วยรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นจะทำทั้งหมด 6 ครั้ง รวมถึงการขนส่งเม่นทะเลบรรจุใน 64 ไหจากจังหวัดอิวาเตะอีกด้วย

Hiroshi Shibata ประธานของบริษัท JR East Start Up ได้ให้ข้อมูลว่า ราคาขายตามร้านซูเปอร์มาร์เก็ตของกุ้งที่ขนส่งด้วยรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นจะมีราคาอยู่ที่ 1,600 เยน ซึ่งแพงกว่าราคาที่ขนส่งตามปกติที่จะขายในราค 600 เยน เป็นการเพิ่มมูลค่าเพราะสินค้ามีความสดกว่าสินค้าที่ขนส่งแบบธรรมดาที่เคยดำเนินการมาก่อน


ประเทศไทยมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพจำนวนมาก สินค้าเกษตรที่ไม่ผ่านการแปรรูปหลายรายการได้มีส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศโดยการขนส่งทางเครื่องบิน  รถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมหัวเมืองต่าง ๆ ยังไม่เกิด แต่รถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมสนามบินทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกัน กำลังจะดำเนินการ ควรจะได้มีการศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการขนส่งและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรโดยอาศัยระบบโลจิสติกส์และทรัพยากรของประเทศให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ หลักสูตรการศึกษาและการสนับนุนการวิจัยก็ควรมีการพัฒนาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อให้มีบุคลากรและการพัฒนาบนพื้นฐานความรู้

Facebook Comments
error: Content is protected !!