fbpx
October 17, 2017 / by

ที่โรงงานเขาเม้าท์ Q.A. (สุดที่รัก) กันว่าอย่างไร

ชีวิต Q.A.

 

 

 

 

 

ฝ่ายผลิต:   เหนื่อยวะ !!! ทำงานทุกวันนี่ก็เยอะ จะทำกันไม่ทันอยู่ล่ะ จะเอาโน้นเอานี่ เยอะเกิ๊น !!! ตีความข้อกำหนดตามตัวหนังสือ ไม่เข้าใจจริง แล้วมาบอกให้เราเปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี่ โดยไม่เข้าใจบริบทธุรกิจของบริษัท เราก็ทำมา 10 ปี 20 ปี แล้วไม่เคยมีปัญหา มันก็จะมีปัญหาตอนมี Q.A. นี่แหละ

 

ฝ่ายช่างซ่อมบำรุง: ไม่รู้จะอะไรนักหนาวะ ก็เครื่องจักรและเครื่องมีอมีตั้งหลายเครื่อง ก็ต้องดูแลไปตามความสำคัญเร่งด่วน จะมาให้ทำแผนบำรุงรักษาทุกตัวทั้งโรงงาน จะเอาคนที่ไหนไปทำ แค่ทำงานซ่อมอย่างเดียวก็ไม่ทันอยู่แล้วจนโดนฝ่ายผลิตบ่นประจำ คนก็มีแค่นี้  ถ้ามัวแต่นั่งเขียนเอกสารโน้นนี่นั่นให้ Q.A. ไม่มีคนไปซ่อมเครื่องจักร  ผลิตทำงานไม่ได้ Q.A. จะรับผิดชอบมั้ย


ฝ่ายคิวซี
:
พวก Q.A. นี่ก็ได้แต่ วิจารณ์คนอื่นตลอด สุ่มตัวอย่างอย่างนี้ ตรวจอย่างนั้น วัดอย่างนี้ โอ้ยปวดหัว ทำตัวเป็นเจ้านายเขาไปหมด มาสั่ง ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่พอลองให้เขาทำให้ดู กลับทำไม่ได้ ขำวะ พวกเก่งแต่ตำรา เก่งแต่วิจารณ์คนอื่นๆ เวลางานมันเร่งๆ ผลิตเยอะๆ ฝ่ายผลิตเขาก็เพิ่มคนแต่คน Q.C ก็มีอยู่เท่าเดิมที่แหละ จะให้ทำทันได้ยังไงวะ

ฝ่ายคลังสินค้า:  รับของ เบิกของ ส่งของมันก็ยุ่ง จนจะไม่มีเวลาจะทำอะไรอยู่แล้ว จะมาให้กรอกนั้นกรอกนี่  มาดูแลพื้นที่ ตั้งเยอะ อาคารเก็บสินค้านี่เขาก็ออกแบบและสร้างมาตั้งนานแล้ว จะให้ทำยังไง คนทำงานคลังสินค้ารวทั้งคนขับโฟคลิฟท์ก็หายากเข้าทุกวัน ที่ทำอยู่ตอนนี้แต่ละคนก็จะมาวุ่นวายมากๆ เด็กลาออกไม่ีคนทำงาน Q.A. จะรับผิดชอบยังไง

ฝ่ายจัดซื้อ:  ผู้ขาย( Supplier) ก็หายากอยู่แล้ว จ่ายเงินเขาก็ช้า แต่อยากได้ของเขา ซื้อของเขาก็นิดเดียว เขาจะไม่ยอมส่งให้อยู่แล้ว จะมาให้ขอเอกสาร COA โน้นนี่นั่นเขาอีก ให้ Q.A. ไปขอเองก็แล้วกันจะเอาเอกสารอะไร

ฝ่ายบัญชี: ค่าใช้จ่าย Q.A. นี่ก็เยอะขึ้นทุกๆ Q.A. นี่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทเรากันได้เท่าไรกันยังหาตัวเลขไม่เจอ หรือมีแต่มาเพิ่มภาระ ค่าใช้จ่าย เพิ่มต้นทุนการผลิต ดูแล้วต้นทุนที่เป็นค่าใช้จ่าย Q.A. นี่เยอะมาก ถ้าจะลดค่าใช้จ่ายก็ควรลดที่ Q.A. นี่แหละ เพราะเป็นแผนกที่ไม่ได้ทำให้เกิดมูลค่าและเพิ่มผลผลิตให้บริษัทเลย

 

นี่เป็นคำวิจารณ์ที่อาจได้ยินได้ แม้ว่าสิ่งที่ Q.A. ทำ หรือสิ่งที่ Q.A. เป็นไม่ได้เป็นอย่างที่เขาวิจารณ์ทั้งหมดแต่ก็เป็นมุมมองให้ Q.A. ใด้กลับพิจารณาเสียงสะท้อนว่าคนอื่นๆ เขาคิด เขามองเราอย่างไรได้บ้าง และทำอย่างไรที่ไม่ทำให้เขามองเราอย่างนั้น

เรื่องระบบคุณภาพ เจ้าภาพหลักคงเป็นฝ่ายประกันคุณภาพ แต่เดี๋ยวก่อนก็ไม่ใช่ว่าฝ่ายประกันคุณภาพต้องทำเองไปเสียทุกอย่างหรือในทางกลับกันก็ไม่ใช่ว่าฝ่ายประกันคุณภาพจะทำแค่ส่งข้อร้องเรียน ข้อแก้ไขไปให้กับแผนก อื่นๆ แล้วปล่อยให้เขาทำกันเอง แล้วฝ่ายประกันคุณภาพทำหน้าที่เพียงติดตามว่าเสร็จหรือยัง จนแผนกอื่นเขามองไม่เห็นคุณค่า ประโยชน์ของ Q.A. ทั้งๆ ที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ เพราะหากไม่มีประโยชน์ก็คงไม่มีบุคคลากรฝ่าย Q.A. ในองค์กร

ปัญหาการไม่เคารพกัน และความขัดแย้งกับฝ่าย Q.A. มักมาจากบุคลากรที่มีความมั่นใจในวิธีของตัวเองมากจนเกินไป แต่ขาดความลึกซึ้งเรื่องศิลปการสื่อสาร ขาดการคิดวิเคราะห์เชิงระบบในผลกระทบต่างๆ เพียงไม่กี่คน หรือบางครั้งบุคคลากร Q.A. เองมองข้อกำหนดจนลืมบริบทธุรกิจและเป้าหมายใหญ่ขององค์กรตัวเอง . คำพูดและการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดความขัดแย้งบานปลายจนบางครั้งผู้บังคับบัญชาก็ลำบากในการเข้าไปใกล่เกลี่ยหรือตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งให้เด็ดขาด เพราะต่างก็กลัวผลกระทบเรื่องอื่นๆ ที่ตามมาภายหลัง และเกิดอุปสรรคในการนำระบบต่างๆ ไปใช้งาน

เป็นไปได้เหมือนกันที่ Q.A. บางคนไปตำหนิแผนกอื่นๆ ที่ยังทำงานให้ไม่เสร็จตามที่ Q.A. กำหนด ในรูปแบบต่างๆ เช่นประจานเขาผ่านอีเมลล์หรือในที่ประชุม แต่กลับลืมถามตัวเองว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนเขามากน้อยเพียงใด นับเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่จะขยายผลใหญ่โต เพราะอาจลืมไปว่าแผนกต่างๆ เขาก็ต่างมีหน้าที่ในสร้างคุณค่าในเกิดแก่สินค้าหรือบริการที่นำมาซึ่งผลกำไรให้แก่องค์กรทั้งสิ้น แต่ละคนก็มีสิ่งจำเป็นที่ต้องทำหลายอย่างซึ่งเขาก็ต้องพิจารณาทำตามลำดับความสำคัญ ซึ่ง Q.A. เองก็ต้องเข้าใจและให้เกียรติทุกคน แต่ในทางกลับกัน Q.A. บางคนที่ไม่ชอบสื่อสารกับใคร กลับทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด เขียนเอกสารเองทุกอย่าง รายงานการแก้ไข เขียน SOP ให้กับผู้ปฏิบัติงานแผนกต่างๆ ไปหมด อันนี้ก็ไม่ควรทำ เพราะตัว Q.A. เองจะรับภาระเหนื่อยเกินไป จนอาจทำงาสำคัญอื่นๆ ไม่ทัน นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติก็ไม่ตระหนักในปัญหา ก็ไม่อาจทำให้เกิดเป็นการดำเนินงานที่ยั่งยืนได้

 

Q:ใครต้องรู้ ระบบคุณภาพ

A: หัวหน้างานในทุกแผนกที่เป็น Key Person ต้องรู้และเข้าใจระบบเป็นอย่างดี ซึ่งแน่อน Q.A. ต้องรู้ แต่ก็ไม่ใช่ เฉพาะ Q.A. ที่ต้องรู้ เนื่องจากงานฝ่ายผลิตหรือปฏิบัติการ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายทรัพยกรมนุษย์ และฝ่ายที่เกี่ยวข้อต่างๆ ก็ต้องรู้ หากมีการจัดอบรม มีการประชุมชี้แจงก็ควรให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้รู้ เพราะเขาเหล่านั้นคือผู้สร้างคุณภาพตัวจริง

Q:ใครต้องทำ

A: ผู้ปฏิบัติ เช่น ฝ่ายผลิต ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายควบคุมคุณภาพ รวมทั้งฝ่ายปฏิบัติการของแผนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนด เป็นผู้ปฏิบัติให้เกิดคุณภาพ โดยฝ่ายกระกันคุณภาพต้องพิจารณาแนะนำแนวทางให้ฝ่ายต่างๆ ข้างต้นให้สามารถทำได้อย่างสะดวก ถูกต้องตามข้อกำหนด ใครจะอ้างว่าทำมานานแล้วไม่ต้องมาแนะนำก็ไม่ได้ เพราข้อกำหนดเปลี่ยนแปลงใหม่อยู่เสมอ งานทุกฝ่ายก็ต้องปรับตัวตามยุคสมัย

 

Q:ใครต้องรับผิดชอบงานระบบคุณภาพ

A: แน่นอนว่าทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ แต่ผู้บริหารที่เป็นเจ้าภาพต้องสินใจเรื่องคุณภาพก็ต้องเป็น QMR ทีทางบริษัทตั้งขึ้น โดย QMR จะต้องพิจารณาทบทวนวิธีการทำงานและผลลัพท์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ขององค์กร ระวังอย่าปล่อยให้แผนกตั้ง KPI ที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนาไปสู่เป้าหมายใหญ่ขององค์กร เพราะการตั้ง KPI ไม่เหมาะสมคือจุดเริ่มต้นของการสิ้นเปลืองโดยไม่สร้างคุณค่าให้องค์กร

รู้มั้ย Q.A. ก็มีเรื่องอยากบอก อยากให้เข้าใจหัวอก Q.A.

ท่านทราบมั้ยว่ามีมาตรฐาน ข้อกำหนดมาตรฐานหลายอย่างที่ Q.A ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ทั้ง HACCP ที่เป็นพื้นฐานเดิมที่ผู้ปฏิบัติงานหลายฝ่ายก็ยังหละหลวมทำกันไม่ได้  แล้วต้องมาทำ BRC Issue ใหม่   ISO/FSSC 22000  /FSMA/IFS   แล้วจะไหนมาตรฐของลูกค้าอีกตั้งกี่เจ้าที่ต่างก็ทยอยมาตรวจประเมิน ก็ไม่รู้จะเอาเวลาไหนไปช่วยใคร แค่เรียนรู้ระบบใหม่ ทำแผนการ Implement ระบบ คอยต้อนรับผู้ตรวจประเมิน ทำรายงานของตัวเองก็จะไม่มีเวลาแล้ว จะให้ช่วยแแผนกอื่นก็อยากช่วย แต่มันไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหน คำวิจารณ์จากทุกฝ่ายขอน้อมรับ แต่ก็อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจหัวอก Q.A. ด้วยเหมือนกัน. ยอมรับว่ามีบ้างที่น้องๆ Q.A. ไปพูดจาไม่เหมาะสมเวลาไปตรวจประเมินภายใน ไปตำหนิแทนที่จะแนะนำ อันนี้ก็ช่วยๆ กันแนะนำ นอกเหนือจากความรู้ และ ประสบการณ์ด้าน Q.A. บางทีเราก็ต้องพัฒนาเรื่องอื่นๆ เช่น ทักษะการสื่อสาร งานได้ผล คนเป็นสุข บ้างเหมือนกันนะ   การปฏิบัติหน้าที่ของ Q.A. ไม่มีทางสำเร็จได้หากไม่ได้ความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ การสื่อสารที่ไมถูกต้องเหมาะสมทั้งคำพูดที่ใช้ กริยาท่าทางที่แสดงออก เป็นเรืองที่ต้องเรียนรู้พัฒนากันอย่างต่อเนื่อง

สุดท้าย โปรดอย่าลืมว่า ความสัมพันธ์ที่ดีป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารที่ทำให้เกิดเข้าใจ อย่าเอาหัวโขนจากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ไปทำลายความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพราะสุดท้ายงานสำเร็จ แต่อาจไม่เหลือมิตรสหายในที่ทำงาน แล้วจะหาควาสุขจากการทำงานได้จากที่ไหน งานทุกฝ่าย ทุกแผนกต่างก็มีคุณค่าที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการของบริษัท แต่ละฝ่ายก็มีบริบทการทำงานและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การสื่อสารที่จะให้เกิดความร่วมมือจำเป็นต้องสื่อสารอย่างมีศิลปะและเข้าใจจิตวิทยาผู้ฟัง เพื่อให้งานทุกแผนกเดินไปได้ตามเป้าหมาย และคนทำงานด้วยกันมีความสุข 

เป็นกำลังใจให้ Q.A. และทุกๆ ท่าน พบกันใหม่ โพสต์หน้าเรื่องฝ่ายผลิต

 

 

Facebook Comments
error: Content is protected !!