fbpx
November 21, 2019 / by

7 ข้อ องค์กรที่รับเด็กฟู้ดไปทำงานต้องคิด

ทำไมเด็กฟู้ดยอมตกงาน บางคนตอบรับทำงานแล้วไม่ยอมมาตามนัด บางคนทำงานไม่นานก็ลาออก ยุคสมัยเปลี่ยนไป องค์กรที่รับเด็กฟู้ดไปทำงานต้องพิจารณาเช่นกัน การลาออกของพนักงานส่วนหนึ่งก็มาจากเหตุผลของตัวพนักงานเองอย่างนั้นจะเอาอะไรมารั้งไว้ก็คงยาก แต่หากเกิดจากผู้บังคับบัญชา ผู้บริหารขององค์กร ก็อาจพิจารณาหาทางป้องกันได้บ้าง   7 ข้อที่องค์กรที่รับเด็กฟู้ดไปทำงานต้องคิดมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. HR และ ผู้บริหารแผนกที่กำลังสัมภาษณ์งานคัดเลือกพนักงานใหม่อยู่ก็ต้องทำความเข้าใจ ในตำแหน่งงานของตัวที่เองที่กำลังจะรับสมัครเช่นกัน ว่าต้องการคนที่มีความสามารถอะไรไปทำงาน ไม่ใช่งานทุกอย่างเกี่ยวข้องต้องรับผิดขอบหมด หากลักษณะงานไม่ชัดเจน คนที่ไปสัมภาษณ์ก็อาจตัดสินใจปฏิเสธไม่อยากเข้าไปทำงาน นัดวันเริ่มงานแล้วก็ไม่มา

2. เมื่อรับเขาไปทำงานแล้ว หากพบว่าโครงสร้างสายบังคับบัญชาไม่ชัดเจน ถูกมอบหมายให้ไปช่วยงานหลายแผนก แต่พอถึงตอนวัด KPI ประเมินเงินเดือน ประเมินโบนัส ก็ประเมินตาม Job Description จึงทำให้พนักงานคนดังกล่าวถูกมองว่าไม่มีผลงาน เพราะดูแต่ตัวเลขในเอกสาร ไม่ได้วัดที่ผลงานที่ส่งผลประโยชน์องค์กรจริง ๆ อย่างนี้เด็กเขาลาออกไปก็อย่าไปโทษเด็กเลย

3. ความจำเป็นของงานด่วนบางประเภทที่ ไม่มีคนช่วย ก็ไปมอบหมายให้เขาทำงานที่ไม่ตรงกับ Job Description และไม่ได้เหมาะกับ Competency ของเขา แต่ด้วยเหตุผลที่ยังไม่มีคนแทนเลยเอาเด็ก Food ไปทำงานดังกล่าว ไปพลาง ๆ ก่อน แต่ก็ทำเนียนให้เขาทำแทนจนลืม รู้ตัวอีกทีเขามายื่นใบลาออกแล้ว ถึงตอนนั้นก็อาจไม่ทันแล้ว เพราะเขามีข้อเสนออื่น จากองค์กรอื่นที่ดีกว่าแล้ว

4.คนที่จบ Food มาทุกคนทำงานได้ไม่เหมือนกัน เพราะนอกจากความรู้แล้ว บุคลิกและความถนัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ต่างสถาบันกัน หรือต่างหลักสูตรกัน แม้แต่คนจบหลักสูตรเดียวกัน สถาบันเดียวกัน มีครูบาอาจารย์คนเดียวกันสอนมา ความสามารถก็ต่างกันได้ มันเป็นธรรมชาติของบมนุษย์ที่ความสามารถไม่ได้อยู่ที่วุฒิการศึกษาอย่างเดียว แต่มันที่อยู่ที่การพัฒนาตัวเองทุก ๆ ด้าน อย่ามาพูดเปรียบเทียบให้ต้องรู้สึกแย่ต่อกัน ควรส่งเสริมให้เขาเด่นตามทางที่เขาถนัด เขาจะได้มีความสุขกับงาน เพราะบางคนลาออกไม่ใช่เรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ความสุขในที่ทำงานก็เป็นเรื่องสำคัญ

5. การจ่ายค่าตอบแทน ควรจ่ายกันตามความสามารถและผลงานไม่ใช่ตามวุฒิการศึกษาและอายุงาน หากองค์กรไปยึดติดกับอายุงานมากเกินไป ไม่สนใจในความสามารถของพนักงาน คนเก่งๆ คนที่มีความสามารถสูงๆ ก็ตัดสินใจลาออกไปได้ง่ายมากเพราะเขามั่นใจว่า ไปหางานที่อื่นที่ได้ค่าตอบแทนดีกว่าแน่ๆ จะทำให้คนในองค์กรที่เหลืออยู่ทำงานลำบาก เหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนเก่ง ๆ มีความสามารถออกไป และยิ่งเหนื่อยไปอีกเท่าตัวหากเขาออกไปอยู่ในองค์กรคู่แข่ง

6. คนไหนทำงานได้ ทำงานเก่ง ก็มอบหมายงานให้เขารับผิดชอบมากขึ้น ยิ่งเขาไม่เถียง ไม่เกี่ยงก็มอบหมายงานให้เขามากขึ้น ๆ  แต่เมื่อถึงเวลาประเมินเงินเดือน ประเมินโบนัส ปรับตำแหน่ง คนที่มอบหมายงานกลับไม่ได้เป็นคนที่ส่วนในการตัดสินใจ  คนตัดสินใจเป็นคนอื่นที่มีอำนาจเหนือกว่า และมาบอกให้พนักงานเขายอมรับในการตัดสินใจของผู้บริหาร อย่างนี้เขาลาออกไปได้ง่าย ๆ เพราะการที่มอบหมายงานให้เขามาก เขาทำทุกอย่างไม่เกี่ยงก็เป็นการเพิ่มประสบการณ์ความรู้ ความมั่นใจในการแก้ปัญหา ก็ยิ่งมีความมั่นใจในการไปสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรอื่นที่เขาเห็นคุณค่าและให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า

7. ตอนเข้าทำงาน คนสมัครงานก็มักจะเลือกจากชื่อเสียงขององค์กร แต่พอตอนคิดที่จะลาออก ชื่อเสียงขององค์กรเกือบไม่มีความหมาย นอกจากข้อเสนอใหม่ ๆ จากภายนอกแล้ว ผู้บังคับบัญชาและนโยบายของผู้บริหารขององค์กรปัจจุบันมีส่วนสำคัญที่จะดึงให้พนักงานอยู่กับองค์กรต่อไปแม้ว้าจะค่าตอบแทนหรือสวัสดิการจะด้อยกว่าข้อเสนอใหม่ของพนักงานก็ตาม

ในยุคที่การสื่อสารเปิดกว้าง การเข้าถึงอินเตอร์เน็ทได้ง่าย โอกาสเปิดสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ หากองค์กรไม่มีกลไกลในการดึงคนเก่ง คนมีความสามารถไว้ได้ ไม่เพียงแต่การลาออกจากงานไปอยู่องค์กรอื่นเท่านั้น เขาอาจลาออกไปเริ่มต้นธุรกิจของเขาเองได้เช่นกัน วิีธีการบริหารงานแบเดิมๆ เมื่อ 20 ปี่ที่แล้วที่ใช้ได้ดีอาจใช้ไม่ได้กับเด็กจบใหม่ปัจจุบัน องค์กรต้องปรับตัว การนำนวัตกรรมามาใช้ไม่ใช่เฉพาะเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือ AI สำหรับการผลิต แต่นวัตกรรมการบริหารก็จำเป็นไม่แพ้กัน


หมายเหตุ  เด็ก Food หมายถึง คนที่จบทางด้าน Food Science and Technology,  Food Technology, Agro-Industry, Food Industrial Technology and Management  หรือใกล้เคียง

Facebook Comments

LEAVE A COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *

error: Content is protected !!